คเณชา มรรคา
พระผู้ชี้ทางสว่าง

พลังและกำลังใจในการต่อสู้ฟันฝ่ากับอุปสรรค
จนสามารถไปสู่เป้าหมายของชีวิต

องค์คเณชา มรรคาจะทรงเป็นผู้ปัดเป่า
ความมืดมนแห่งอวิชชาทั้งหลาย
พร้อมทั้งชี้นำแนวทางแห่งปัญญา
อันเป็นทางสว่างสู่ความสำเร็จ
“มัคคานุคา” หรือ ผู้เดินตาม มรรค 8

ผลงานนี้เป็นงานประติมากรรมที่ทรงคุณค่าทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม
โดย “หินผา” เปรียบเสมือนเส้นทางของชีวิตมนุษย์ที่ต้องเดินผ่าน
ซึ่งหนทางมักจะไม่ราบเรียบเสมอกันไปตลอด
จะมีความหยาบบ้าง เรียบบ้าง ต่ำบ้าง สูงบ้าง เป็นสัจธรรมแห่งชีวิต
ที่สอนให้เรารู้ว่า ชีวิตย่อมมีขึ้นมีลง ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาโดยง่าย
การที่เราจะปีนป่ายไปให้ถึงจุดสูงสุดของชีวิต
จำเป็นต้องใช้ความตั้งใจ และมุ่งมั่น (สัมมาสังกัปปะ)
ต้องอาศัยความเพียร (สัมมาวายามะ)
ความรัก และความศรัทธาในการต่อสู้กั
บอุปสรรคทั้งปวง

“พระบาทก้าวย่าง” คือ การก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติ
เพื่อเอาชนะความทุกข์ และความท้อแท้ที่มีในตน  ไม่จมปลักอยู่กับความล้มเหลวในอดีต
ไม่ติดอยู่กับหล่มโคลนแห่งความ โลภ โกรธ หลง
แต่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังอันเต็มเปี่ยมแห่งปัญญา
และการมีสติในทุกย่างก้าวสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่แห่งชีวิต
ท่ามกลางเส้นทางที่ไม่ได้ราบเรียบของชีวิต
เราสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปได้ด้วยมรรคแปดประการ อันได้แก่
สัมมาทิฏฐิ คือ ปัญญาเห็นชอบหมายถึงมีองค์ความรู้ตามความเป็นจริงด้วยปัญญา,
สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริชอบหมายถึงการใช้สมองความคิดพิจารณาแต่ในทางกุศลหรือความดีงาม,
สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบหมายถึงการพูดต้องสุภาพ พูดแต่เรื่องจริง เป็นประโยชน์ และเป็นที่พอใจ,
สัมมากัมมันตะ คือ การประพฤติดีงามทางกายหรือกิจกรรมทางกายทั้งปวง,
สัมมาอาชีวะ คือ การทำมาหากินอย่างสุจริตชนไม่คดโกงเอาเปรียบผู้อื่น,
สัมมาวายามะ คือ ความอุตสาหะ พยายามประกอบความเพียรในการกุศลกรรม,
สัมมาสติ คือ การไม่ปล่อยให้เกิดความพลั้งเผลอจิตเลื่อนลอยดำรงอยู่ด้วยความรู้ตัวอยู่เป็นปกติ,
สัมมาสมาธิ คือ การฝึกจิตให้ตั้งมั่นสงบสงัดจากกิเลสนิวรณ์อยู่เป็นปกติ

“พระหัตถ์ที่ชี้ไปข้างหน้า” หมายถึง องค์พระพิฆเนศทรงช่วยชี้นำแนวทาง
เพื่อไปยังเป้าหมายแห่งชีวิตที่อยู่เบื้องหน้า
เพื่อทรงบอกว่า คนเราเมื่อเกิดมาต้องมีความฝันและเป้าหมายของชีวิต
มิเช่นนั้นการเกิดมาครั้งหนึ่งจะไร้ค่า หากไร้ซึ่งความฝัน แม้ว่าฝันนั้นจะใกล้ หรือไกลเพียงใด
เราจะไม่หลงทาง เพราะเรามีพระองค์คอยชี้นำทาง